คลิปวีดิโอ เทสต์ไดร์ฟ สัมภาษณ์ ข่าวสังคม เปิดตัวรถใหม่

icontexto inside facebookicontexto inside twittericontexto inside youtubemobile phone:087 515 7524

iSpeedeGazine Head Web

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวแรงรับท้ายปี ด้วยรถยนต์3 รุ่น พร้อมชวนเพิ่มอะดรีนาลีนให้เต็มสูบกับการทดสอบทัพเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี แบบครบตระกูลเป็นครั้งแรก  ใน  Mercedes-AMG Driving Experience  2018 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

 

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทยจำกัด ตอกย้ำภาพการเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตสายพันธุ์แรงระดับแถวหน้าของโลก เปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่น อย่าง Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé   รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+และ Mercedes-Benz  C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่มาให้ชมกันอย่างใกล้ชิดพร้อมจัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับการขนทัพรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีครบทั้งตระกูลกว่า 9 รุ่น ในทุกเซ็กเมนต์ พาสื่อมวลชน และลูกค้าก้าวข้ามขีดความสามารถของตนเองขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ กับทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ดีกรีแชมป์การแข่งขัน มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

มรโรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทยจำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เปิดตัวแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เราได้นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมทำการตลาดที่หลากหลายเพื่อตอกย้ำภาพการเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากความมุ่งมั่นดังกล่าว ส่งผลให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่สนใจรถยนต์สปอร์ต สมรรถนะสูงด้วยยอดขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทั่วโลกสูงถึงกว่า 130,000 คันเมื่อปีพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา”

 

“การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ ‘ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ – Driving Performance’ ถือเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ โดยผลิตภัณฑ์ของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีต้องมีทั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรมเพื่อมอบความโฉบเฉี่ยว และเร้าอารมณ์ให้แก่ผู้ขับขี่ ซึ่งนอกจากผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้วการขับขี่อย่างปลอดภัย และเต็มสมรรถนะของรถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทางบริษัทฯ                 ให้ความสำคัญ  ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้จัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018  ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อเป็นการสานต่อปรัชญาในการมอบ ‘สิ่งที่ดีที่สุด’ พร้อม     เพิ่ม ขีดความสามารถในการขับขี่รถยนต์แบบสปอร์ตสมรรถนะสูงให้แก่ทุกท่าน ด้วยการเชิญสื่อมวลชนกว่า 100ชีวิต รวมถึงลูกค้าของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีและเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกกว่า600คนมาร่วมก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองไปพร้อมกับผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ในระหว่างวันที่ 13 - 21ตุลาคมนี้อีกด้วย” มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม

 

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์(ประเทศไทยจำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ช่วยให้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา เรามียอดขายที่เติบโตสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าถึงประมาณ350%     ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืนของแบรนด์ ทางบริษัทฯ จึงได้มีการดำเนินกลยุทธ์วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเตรียมแผนรองรับกลุ่มลูกค้า เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่สนใจรถยนต์กลุ่มนี้ ด้วยเหตุนี้ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยจึงได้เปิดตัวคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แกร่งในตระกูล เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่าง Mercedes-AMG Driving Experience 2018 เพื่อให้ทุกคนได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกลุ่มรถยนต์ที่แรงที่สุดในโลก (World’s Fastest Family) ไปด้วยกัน รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี 2 รุ่นล่าสุด อย่างMercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé  รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ล่าสุดMercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ และ Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic  รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ในครั้งนี้ ทางบริษัทฯ เชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน”

 

“สำหรับกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 มีไฮไลท์พิเศษอยู่ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้มาร่วมกระตุ้นอะดรีนาลีนให้สูบฉีดเหมือนกำลังแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตจากการสัมผัส และทดสอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีครบทั้งตระกูลเป็นครั้งแรกอย่างใกล้ชิด โดยในปัจจุบัน แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีมีรถยนต์ที่วางขายในประเทศไทยจำนวนทั้งหมด 11 รุ่น ทั้งรุ่นที่ประกอบในประเทศและนำเข้าครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์คอมแพค ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ รถซาลูนที่ใช้เครื่องยนต์หลากหลายแบบ หรือแม้แต่รถเอสยูวี รถยนต์สไตล์คูเป้รถเปิดประทุนสไตล์คาบริโอเลต์และโรดสเตอร์ตระกูล AMG GT” มร.ฟรังค์กล่าวเพิ่มเติม

 

กิจกรรม “Mercedes-AMG Driving Experience 2018” จะแบ่งผู้เข้ารับการอบรมออกเป็น  กลุ่มต่างๆ และแบ่งการทดสอบออกเป็น 4 สถานี พร้อมแบบฝึกหัดสุดท้าทายในการขับขี่ แบบเต็มสนาม โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับประสบการณ์จริงจากการฝึกทักษะแต่ละด้าน และได้รับทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยม เทคโนโลยี และนวัตกรรมอันก้าวล้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของแนวคิดในการผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกรุ่น ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกทุกฐานแล้ว ผู้ขับขี่จะมีความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากสมรรถนะ และเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มาพร้อมกับตัวรถได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรมฯ จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากทางบริษัทฯ อีกด้วย

“อีกหนึ่งความพิเศษที่เราเตรียมมาให้กับสื่อมวลชนทุกท่านในครั้งนี้ คือการเปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่นยอดนิยมภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีและเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่าง Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศ ที่มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ของตระกูลซี-คลาส และการยกระดับสมรรถนะ ด้วยการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ รวมถึงเพิ่มเติมความหรูหราและความสปอร์ตภายในห้องโดยสารให้โดดเด่นกว่าที่เคยMercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ รถยนต์ตัวแรงที่สุดที่เคยมีมาในรถยนต์ตระกูล  E-Class ด้วยเครื่องยนต์ V8เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร           612 แรงม้าเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.4วินาที และสุดท้ายกับ Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ เจนเนอเรชั่นล่าสุดในกลุ่ม Dream Car ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมรถยนต์รุ่นใหม่นี้ได้อย่างใกล้ชิด ณผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” มร.ฟรังค์ กล่าวปิดท้าย

 

รายละเอียดของแต่ละสถานีทดสอบ

 

สถานีที่ 1 “Brake and Swerve” เป็นการทดสอบระบบเบรก ระบบความปลอดภัยภายในรถยนต์ อันได้แก่ระบบ ESP® และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และเป็นการทดสอบความเร็วใน การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของตัวผู้ขับขี่เอง โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม.และเมื่อเห็นสัญญาณไฟกระพริบจากทางซ้ายหรือขวา ผู้เข้าร่วมทดสอบจะต้องเหยียบเบรก และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางตามทิศทางของสัญญาณไฟนั้น

 

สถานีที่ 2 “ESP® Exercise” เป็นการทดสอบโดยอิงจากสถานกา

Login auther